News

อาหารต้องห้ามสำหรับแมว…เหมียว

อาหารต้องห้ามสำหรับแมว…เหมียว บางครั้งเราคิดว่า สิ่งที่เราให้เจ้าเหมียวน้อยของเรากิน เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเค้าแล้ว แต่ในความเป็นจริง กลับเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดที่เราควรหลีกเลี่ยง ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่เค้าชอบกินมากที่สุด แต่กลับเป็นอันตรายโดยที่เราไม่รู้ ถึงเค้าจะทานไม่มากในแต่ละวันแต่เจ้าของควรระมัดระวังเพราะมันมีเมนูต้องห้ามที่ทานแล้วอาจถึงแกชีวิตได้ จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันค่ะ

ปลาทูน่ากระป๋อง

ทูน่ากระป๋องอาหารเพื่อสุขภาพของมนุษย์ แต่กลับเป็นภัยต่อน้องแมว เพราะ ถ้าให้กินบ่อยๆ ร่างกายก็ไม่เจริญเติบโต และกลายเป็นแมวขาดสารอาหารในที่สุด เพราะสารอาหารในทูน่ากระป๋องของมนุษย์นั้น ร่างกายน้องแมวไม่สามารถดูดซึมไปใช้ในร่างกายได้ แม้จะกินเข้าไปมากแค่ไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นเจ้าของควรซื้อปลาทูน่าที่ผลิตขึ้นเพื่อน้องแมวจริงๆโดยเฉพาะดีกว่า สามารถทานได้ แต่ก็ไม่ควรบ่อย เพราะในทูน่ากระป๋องไม่ได้มีสารอาหารที่ครบถ้วน ตามที่น้องแมวต้องการ พอให้เค้าได้กินแก้เบื่อก็พอ ควรให้สลับกับอาหารเม็ด เพราะในอาหารเม็ดที่ผลิตตามสูตรในแต่ละช่วงวัยนั้นจะมีสารอาหารที่ครบถ้วนกว่า

หัวหอม, กระเทียม

หัวหอม กระเทียมในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะสุกหรือดิบ สามารถทำลายเซลล์เม็ดเลือดแดงของน้องแมวได้ นำไปสู่โรคโลหิตจาง ถึงแม้ในอาหารนั้นจะมีส่วนผสมของหัวหอมเพียงเล็กน้อย แต่ให้ทานเป็นประจำ ความเป็นพิษของหัวหอมก็สามารถทำให้เป็นโรคระบบทางเดินอาหารได้ เจ้าของควรระวัง อย่าให้เค้าลิ้มลองอาหารที่มีส่วนผสมของหัวหอม หรือ กระเทียมอย่างเด็ดขาด

นมและผลิตภัณฑ์นมอื่น ๆ

แมวส่วนใหญ่จะแพ้แลคโตสที่อยู่ในนม ชีส โยเกิร์ต เพราะกระเพาะน้องแมวไม่สามารถย่อยได้ จึงอาจทำให้ท้องเสียอย่างรุนแรง แต่สำหรับน้องแมวที่เพิ่งคลอด สามารถดื่มนมเพื่อช่วยในการเจริญเติบโตได้เนื่องจากกระเพาะยังมีกรดเพื่อย่อยสารในนมได้อยู่ (แต่ก็ไม่ทราบว่ามันแล้วแต่แมวบางตัวหรือเปล่านะคะ เพราะว่าที่บ้านก็ให้กินก็ไม่เป็นอะไรค่ะ ท้องไม่เสีย แต่ที่ให้กิน จะเป็นนมแพะเท่านั้นค่ะ)

แอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น เบียร์ เหล้า ไวน์ ล้วนแต่เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับน้องแมวของเราทั้งนั้น มีผลทำลายตับและสมองของน้องแมวอย่างรุนแรง เพียง สองช้อนชาก็สามารถทำให้น้องแมวโคม่าได้ ถึงขั้นเสียชีวิตในไม่กี่ชั่วโมง อันตรายจริงๆ อย่าคิดจะให้เค้าชิมเด็ดขาด

องุ่นและลูกเกด

องุ่นและลูกเกดสามารถทำให้เกิดไตวายในแมวได้ แม้แต่ในปริมาณที่น้อยก็สามารถทำให้แมวป่วย อาเจียนและขาดน้ำ เพราะฉะนั้นควรวางไว้ให้ไกลจากน้องแมว อย่าให้เค้าคิดลิ้มลองรสชาติเป็นอันขาด

คาเฟอีน

คาเฟอีน สารนี้พบได้ใน กาแฟ โกโก้ ช็อคโกแลตColas เครื่องดื่มชูกำลัง เช่น กระทิงแดง และในยาแก้ปวด อาการเป็นพิษของคาเฟอีนจะทำให้กระสับกระส่ายหายใจเร็ว ใจสั่น กล้ามเนื้อหัวใจสั่น

ช็อคโกแลต

ในช็อกโกแลตมีสารพิษ theobromine มันมีอยู่ในช็อกโกแลตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลตขาวหรือดำ แม้แต่ช็อกโก แลตที่ผสมอยู่ในขนมหวาน เบเกอรี่ สารtheobromine ออกฤทธิ์กลายเป็นคาเฟอีน ทำให้หัวใจสั่น ช็อคโกแลตเพียงเล็กน้อยอาจทำให้น้องแมวป่วยหนักได้ อยากคิดป้อนให้เค้าลองชิมเด็ดขาด

ขนมและหมากฝรั่ง

ไซลิทอล สารที่ผสมอยู่ในขนมอบ ลูกอม หมากฝรั่ง ยาสีฟัน สามารถทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของอินซูลินที่ไหลเวียนผ่านในร่างกายของน้องแมวของคุณ ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของน้องแมวลดลง ไซลิทอลยังสามารถนำไปสู่ความล้มเหลวของตับ อาการแรกเริ่มรวมถึงการอาเจียนและสูญเสียประสาทสัมผัส และอาจมีอาการชักหลังจากที่ได้บริโภคไซลิทอลเข้าไป และอาการล้มเหลวของตับสามารถเกิดขึ้นได้ภายในเพียงเวลาไม่กี่วัน

ไขมัน และกระดูก

ไขมัน Trimmings และกระดูกอาจเป็นอันตรายสำหรับแมว ไขมันทั้งสุกและดิบสามารถก่อให้เกิดผลเสียต่อลำไส้ ทำให้อาเจียนและท้องเสียรุนแรง และกระดูกถ้าเค้ากัดกินเข้าไปกระดูกแตกเป็นชิ้นเล็กๆ ทำให้เกิดการอุดตัน และมีแผลในลำไส้ ส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารของแมว

ไข่ดิบ

ปัญหาของไข่ดิบที่ไม่ควรให้แมวของคุณรับประทาน มีอยู่2ประการ คือ 1. ทำให้น้องแมวเกิดอาการอาหารเป็นพิษเนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อ Salmonella หรือ อีโคไล 2. คือโปรตีนที่อยู่ในไข่ขาวดิบที่เรียกว่า avidin เป็นสารที่รบกวนการดูดซึมของไบโอติน วิตามินบี อาจทำให้เกิดปัญหากับผิวและขนของน้องแมวของคุณได้ เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้เค้าทาน ควรต้มให้ไข่สุขก่อน แล้วแกะเอาแต่ไข่แดงให้เค้ากินค่ะ

เนื้อสัตว์ดิบและปลา

เนื้อดิบและปลาดิบก็มีสารเหมือนเช่นไข่ดิบ อาจมีเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ นอกจากนี้เอนไซม์ในปลาดิบทำลายวิตามินบีซึ่งเป็นวิตามินบีที่จำเป็นสำหรับแมวของคุณ การขาดวิตามินบีอาจทำให้เกิดปัญหาทางระบบประสาทอย่างรุนแรงและนำไปสู่​​อาการชักและอาการโคม่า ควรต้มให้สุกก่อนให้เค้ารับประทานค่ะ

อาหารสุนัข

อาหารสุนัขถ้าน้องแมวกินเป็นครั้งคราวก็คงไม่เป็นอะไร แต่จะใช้แทนอาหารแมวไปเลยคงไม่ได้ เพราะพวกเค้าจะมีความต้องการปริมาณสารอาหารที่ต่างกัน และส่วนผสมในอาหารสุนัขกับแมวก็มีปริมาณที่ต่างกัน แต่ละสูตรก็จะผสมมาเป็นพิเศษของความต้องการของแต่ละสายพันธ์ ในอาหารของสุนัขอาจจะมีโปรตีนรวมทั้งวิตามินและกรดไขมัน สารอาหารบางตัวอาจจะมากหรือน้อยเกินไป ไม่ตรงกับความต้องการของแมว ทำให้แมวของคุณเป็นโรคขาดสารอาหารอย่างรุนแรงได้

ตับ

จำนวนธาตุเหล็กในตับ ถ้าให้ทานเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าทานตับมากเกินไปหรือให้ทานเป็นประจำ สามารถส่งผลกระทบต่อกระดูกแมว มีอาการกระดูกผิดรูป การเจริญเติบโตของกระดูกที่ข้อศอกและกระดูกสันหลัง และโรคกระดูกพรุน และส่งผลต่อการดูดซึมวิตามินบางชนิดได้ อาจถึงขั้นเสียชีวิต

แป้งยีสต์

แป้งยีสต์คือส่วนผสมที่อยู่ในขนมปัง ที่สามารถทำให้ขนมปังฟูขึ้นดูน่ากิน เป็นอาหารของมนุษย์ที่รับประทานกันเป็นประจำนั้นเอง แต่ถ้าแมวของคุณทานเข้าไปแป้งยิสต์มันจะฟูภายในช่องท้อง ทำให้เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรง นอกจากนี้ เมื่อยีสต์ที่หมักนานๆ มันจะผลิตสารแอลกอฮอล์ขึ้นด้วย ถ้าแมวกินเข้าไปก็จะโดนพิษของแอลกอฮอล์ไปด้วย อาการที่เกิดตามมาก็จะเหมือนอาการที่ดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป อันตรายพอกัน

ทานมากเกินไป

น้องแมวก็เหมือนเช่นเดียวกันกับมนุษย์ การรับประทานอาหารที่มากเกินไป เกินความจำเป็นของร่างกาย ก็สามารถนำไปสู่โรคอ้วนและ โรคเบาหวานได้ ดังนั้นให้เค้ากินพอประมาณ ให้เค้าเล่นออกกำลังกายบ้างเป็นครั้งคราวก็จะช่วยได้

สัตว์แพทย์ จำเป็น

เมื่อคุณมีความจำเป็นต้องให้ยากับแมวของคุณเอง คุณควรจะต้องศึกษาเรื่องยาที่ใช้ได้หรือไม่ได้สำหรับแมวและโดสยาที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของแมวของคุณเอง ต้องมีการคำนวณโดสยาที่เหมาะสมต่อร่างกายแมว ไม่งั้นอาจกลายเป็นให้ยาเกินขนาด อันตรายถึงชีวิตได้ ถ้าคุณไม่แน่ใจควรปรึกษารับคำแนะนำจากสัตว์แพทย์จะดีกว่า

ห้องครัวกับสิ่งต้องห้ามสำหรับแมว

รายการสิ่งของมากมายที่พบได้ทั่วไปบนชั้นวางของในห้องครัว ที่เป็นอันตรายต่อแมวของคุณ ควรเก็บรักษาอาหารที่แมวไม่สามารถรับประทานได้ เก็บใส่ตู้ปิดให้มิดชิด จะช่วยป้องกันแมวของคุณไม่ให้ทานอาหารพวกนั้นแล้วเกิดการเจ็บป่วยที่เกี่ยวกับอาหารนั้นๆได้

ถ้าแมวของคุณกินอะไรที่ไม่ควร กินเข้าไป

ไม่ว่าคุณจะระมัดระวังสักแค่ไหนแมวของคุณก็ยังสามารถค้นหาและกลืนสิ่งที่ไม่ควรลงไปได้ เป็นความคิดที่ดีถ้าคุณจะติดเบอร์โทรศัพท์ของสัตวแพทย์หรือคลินิกฉุกเฉินใกล้บ้านของคุณเอาไว้ เมื่อแมวของคุณมีการบริโภคสิ่งเป็นพิษเข้าไปจะได้โทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันที

ควรให้แมวทานอย่างไร

ในอาหารเม็ดสำหรับแมว จะมีสารอาหารที่ครบถ้วนกว่าการทำอาหารให้แมวกินเอง และยังสะดวกต่อเจ้าของ แต่ต้องดูแลให้เค้ากินน้าอย่างพอเพียงต่อร่างกายด้วย อย่างไรก็ตามเจ้าของควรเตรียมอาหารเปียกหรือทำเอง เช่น อกไก่ต้ม(ต้มกับน้ำเปล่าธรรมดา) เนื้อปลาต้ม เอามาสลับให้เค้าทานกับอาหารเม็ดบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อให้เค้าได้เปลี่ยนรสชาติบ้างจะได้ไม่เบื่ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ดหรืออาหารเปียก ควรเลือกยี่ห้อที่ไม่มีรสเค็มไม่ต้องมีสีฉูดฉาด เพราะความเค็มนำไปสู่โรคไตได้